The Touch of Bakery : ดนตรีอะไรดูแล้วอิ่ม


สวัสดีค่า…(ร่าเริงๆๆๆ) ทำคึกคักไว้ก่อน หลังจากห่างหายจาก Blog นี้ไปนานพอสมควร อันเนื่องมาจากภารกิจอันมากหลาย…(เชื่อไหมๆๆ ^^) แต่วันนี้…ก็กลับมาแล้วนะค่ะ


ด้วยสถานะการทำงานที่เป็นสื่อแขนงหนึ่งนี่เอง ทำให้กระปุกดอทคอมมักจะได้จดหมายเชิญให้ไปทำข่าวที่โน้นที่นี่ทุกวัน วันละหลายๆ เมล รวมทั้งจดหมายก็มี แต่ด้วยทรัพยากรบุคคลของทีมคอนเทนท์ (กองบรรณาธิการ) ทำให้เรา (จำใจ) ต้องเลือกที่จะไป
โดยการส่งน้องๆ ทีมงานตัวเล็กๆ แต่ใจสู้ออกไปลุย ^^ ส่วนบางงานที่ไมได้ไปนั้น ถ้าผู้จัดงานท่านไหนส่งข่าวและรูปตามมา เราก็ยินดีลงให้นะค่ะ ….^____^ ส่วนตัวเองนั้น น้าน…นาน ถึงจะออกไปไหนสักที ส่วนใหญ่มักจะขอตามติดสถานการณ์ต่างๆ อยู่หน้าจอ หรือวุ่นกับการประชุมซะมากกว่า

แต่เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้เอง เราก็ได้ตัดสินใจที่จะไปร่วมงานๆ หนึ่ง ด้วยความสนใจส่วนตัว (แอบสารภาพ) บวกกับเวลาที่ลงตัวด้วย นั่นก็คือคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “The Touch of Bakery” ซึ่งเป็น Exclusive Party จัดขึ้นที่ผับหรู ย่านเอกมัย โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เจ้าหนึ่งเป็นสปอนเซอร์ ด้วยความไม่ค่อยคุ้นชินกับสถานบันเทิงกลางเมือง (คุ้นแต่รอบนอก อิอิ) พอเข้าไปเลยออกอาการตกตะลึง กับผู้คนจำนวนมาก และสถานที่อันโอ่โถง ว่ากันว่า ร้านนี้เค้าแต่งร้านเก๋นะ แต่พอดีเข้าไปมืดและคนหลามแล้ว เลยมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากคน คน คน และคน อ่อ…ยังไม่ได้บอกนี่เนอะว่า…งานนี้มีใครมาร้องบ้าง นั่นก็คือ พี่ป๊อด Modern Dog, พี่บอย ตรัย, พี่ต๊งเหน่ง รัดเกล้า, พี่น้อย วงพรู, พี่โป้ โยคีเพลย์บอย และบุรินทร์ แห่ง Groove Riders นั่นเอง แหม..เห็นรายชื่อศิลปินขนาดนี้แล้ว จะไม่ให้อยากไปได้อย่างไรกันล่ะ….ใช่ไหม

เมื่อพูดถึง ค่ายเบเกอรี่มิวสิค Bakery Music ก็ทำให้นึกสมัยเราเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ ๆ (อุ๊ย…Blog บอกอายุจริงๆ ) เพราะเป็นค่ายเพลงที่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยผู้ก่อตั้งคือ คุณบอย โกสิยพงษ์, คุณสุกี้ – กมล สุโกศล แคลปป์, คุณสมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และ คุณเอื้อง- สาลินี ปันยารชุน ทั้งนี้มี Modern Dog เป็นศิลปินเบอร์แรกของค่าย ที่ออกมาวาดลวดลายทางดนตรีแบบแปลกใหม่ในสมัยนั้น ถ้าใครดูคอนเสิร์ตแล้วเจอลีลาพี่ป๊อดเข้าไป แล้วไม่โดดเด้งตาม นี่ก็ใจแข็ง ขาแข็งเกินไปแล้ว…จากนั้น Bakery Music ก็ได้ผลิตขนมปังทางดนตรีออกมาอีกมากมาย ทั้ง โจอี้ บอย, Groove Riders, อรอรีย์, Pause, Soul afer Six พรู หรือแม้กระทั่งคุณบอย โกสิยพงษ์ และคุณสมเกียรติ เองด้วย (ท่านหลังนี่ได้มาทำค่ายโดโจซิตี้ มีศิลปินสาวๆ น่ารักๆ เช่น Triumph Kingdom, Niece ) หลังจากนั้น Bakery Music จึงได้ควบรวมกิจการกับบริษัท BMG และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของค่าย Sony BMG Music Entertainmentในปัจจุบัน


กลับมาที่งานนี้กันดีกว่านะ…..เมื่อได้เวลา ศิลปินก็เริ่มทยอยขึ้นเวที….โดยคอนเสิร์ตนี้แบ่งออกเป็น 2 Part ด้วยกัน ซึ่งเข้าใจเอาเองว่า Part แรกคือแนวเพลงช้าๆ พอโยกได้ ให้ร้องไป ฮัมไปก่อน ศิลปินใน Part นี้ก็เริ่มจากพี่ต๊งเหน่ง พี่บอย ตรัย ตามด้วยพี่โป้ และพี่น้อย ที่มาร้องกันคนละ 2-3 เพลง อย่างเช่นเพลง ทุกสิ่ง, ข้อความ, เผลอ, นิดนึงพอ, คืนนี้…ขอหอม หรือ โรมิโอ & จูเลียต ซึ่งขนาดเพลงออกแนวช้า แถมเวทีก็เล็ก แต่ลีลาพี่น้อยยังคงสุดยอดจริงๆ จากนั้นจึงพักครึ่งด้วยการเปิดเพลงจากดีเจรับเชิญ อย่าง เมธี (มือกีตาร์ Modern Dog) และโต้ง Save da Last Piece (สมาชิกวง P.O.P.)


และแล้ว ….มาต่อที่ Part 2 กัน กับแนวเพลงแบบคึกคักขึ้นมาหน่อย เริ่มจากพี่ต๊งเหน่ง ทั้งแบบออกมาแจมกับพี่โป้ หรือร้องเดี่ยวแบบสาวพลัง (เสียง) สูง ในเพลงหมื่นพันแสนล้าน, ใจต่างใจ ากนั้นจึงเป็นคิวของบุรินทร์และพี่ป๊อด ที่เห็นได้ชัดว่ามีพลังเรียกคนให้เข้ามาเกาะชิดติดเวที ทั้งเต้น ทั้งร้อง มันส์ไม่หยุด….(หรืออาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของน้ำสีๆ นี้ด้วยล่ะมั้ง ผู้ชมเลยคึกแบบทวีคูณ) ซึ่งงานในคืนนั้นก็จบลงด้วยเพลง “เจ้าหญิง” ด้วยนักร้องดูโออย่างพี่ป๊อด และบุรินทร์ นั่นเอง

สำหรับใครที่อยากชมภาพ และเรื่องราวเต็ม คลิกอ่านที่นี่ได้เลยนะค่ะ

ส่วนความประทับใจที่มีต่องานนี้… แน่นอน เราได้กลับไปฟังเพลงรัก เพลงให้กำลังใจ เพลงคุณภาพ จากศิลปินเจ้าของเพลงนั้นๆ แถมยังอิ่มกับการแสดงของศิลปินบางคน ที่ไม่ค่อยได้โชว์ตัวตามงานมากนัก อย่างพี่น้อย ที่วงพรูก็ยังไม่มีวี่แวว ว่าจะกลับมารวมกันเมื่อไหร่ หรือพี่ต๊งเหน่ง ที่ไม่ได้ข่าวคราวผลงานใหม่เช่นกัน ส่วนคนอื่นๆ ทั้งพี่บอย ตรัย ที่ยังพูดน้อย ยิ้มเยอะเหมือนเดิม พี่โป้ ก็คงยังความนิ่ง เท่ห์ ตลอดกาล ส่วนบุรินทร์และพี่ป๊อดนั้น ปีนึงเราจะเจอคอนเสิร์ตเค้าเรื่อยๆ เลยไม่ได้รู้สึกว่าห่างหายไปไหน… แต่นี่ก็นับว่าเป็นการแสดงในอีกมุม ในอีกสถานที่ …ความเป็นส่วนตัวและกันเองก็สูง… เลยทำให้ได้ดูอะไรดีๆ ไปอีกหนึ่งวัน ^^


กับศิลปินบางกลุ่ม ความเป็นตำนานก็ยังคงดำเนินต่อไป ถึงมีสิ่งใดเข้ามาแทนที่ แต่เรา..หรือบางคนก็ยังคงติดกับอะไรเก่าๆ ดีๆ …ฟังไป คิดไป นึกถึง เหตุการณ์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่เคยอยู่ตรงนั้น กับเพลงนั้นๆ ….เคยไหมคะ ที่เมื่อเพลงหนึ่งเปิดขึ้น ก็กลับจำภาพในวันวานได้ขึ้นมาทันที ….อย่างเช่นเรานั้น หากได้ยินเพลง “ลมหนาว” ของ Tea for Three ก็จะเห็นภาพตัวเอง เมื่อครั้งยังเรียนมหาวิทยาลัย ในช่วงต้นฤดูหนาว ขณะที่กำลังเดินเลาะสนามฟุตบอลเพื่อไปเรียนนั้น ก็ร้อง และฮัมเพลงนี้ไป ออกอาการเหงาๆ เล็กน้อยด้วย อิอิ

แต่การที่นิยมในของเก่านั้น ใช่ว่าของใหม่ จะไม่รับนะ….ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยความเป็นตัวเองนั้น…เราเป็นคนที่เปิดรับอะไรง่ายมาก แต่จะชอบ จะสนใจ หรือจะไขว่คว้าต่อไหม นั้นก็อีกเรื่องใช่ไหมคะ …. แต่ที่แน่ๆ ปัญหาและสิ่งที่กำลังบั่นทอนกำลังใจ ของศิลปิน และทีมงานผู้ผลิตส่วนมากในปัจจุบัน ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย นอกจาก “แผ่นผี MP3 เถื่อน” ที่ได้แพร่ระบาดจนกลายเป็นวัฒนธรรมการโหลด (ฟรี) ไปแล้ว….หากคุณมีศิลปินที่คุณชื่นชอบสักคน ถ้าหากยังอยากให้เค้ามีงานต่อไป….“อุดหนุน” ซีดีเค้าสักแผ่น กันดีไหมคะ

รักนะ
บรรณาธิการกระปุกดอทคอม

10 ความคิดเห็น to “The Touch of Bakery : ดนตรีอะไรดูแล้วอิ่ม”

  1. แหมๆๆๆๆ รู้สึกพลาดอย่างแรง งานนี้ผมไม่ได้ไป
    เพราะจิงๆ ศิลปินที่ไป ผมชอบนะ ชอบเวลาที่เค้าร้อง เล่น เต้น แสดงลีลาบนเวทีนี่ขอบกว่าสุดๆ จิงๆ ไม่รู้ทำไมวันนั้นถึงไม่ได้ไป หรือเป็นเพราะผมไม่มีบัตร 555
    เออๆๆๆๆ ที่ชอบก็เพราะว่าเพลงของเค้าดีจริง ฟังแล้วโดนสุดๆ อ่ะ ยิ่งเพลงรักนะ ฟังทีไรเป็นซึ้งใจทู้ก… ที รู้สึกอินไปกะเพลงด้วย ประมาณว่าคิดว่าตัวเองเป็นตัวละครในนั้นว่างั้นก็ได้ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ปล.ผมอยากสารภาพว่า ผมไม่เคยซื้อซีดีของพวกเค้าเลยคับ ผมขอยืมเพื่อนฟังตลอดเลย แฮ่ๆๆๆๆๆๆๆ
    ก็รักอยู่……………….

  2. ว้าวว… น่าอิจฉาๆ จังเลยค่ะ ได้ไปดูคอนเสิร์ตดีๆ แบบนี้ อิอิ… ปกติดิฉันก็ไม่ค่อยชอบคอนเสิร์ตแนวๆๆ นี้สักเท่าไหร่ แต่พอได้อ่าน blog นี้แล้วขอบอกว่า อยากไปจังเลยค่ะ เพราะแค่อ่านบรรยายกับรูปแล้ววู้ว มันส์จริงๆ ด้วย

  3. อารมณ์เดียวกันเลย…. เพลงนี่เหมือนไทม์แมชชีนดีๆ นี่เอง ฟังเพลงเก่าบางเพลงแล้วขนลุก เหมือนพาตัวเองกลับไปอยู่ในบรรยากาศนั้น ที่นั้น สิ่งนั้น กับผู้คนในตอนนั้น

    อย่างเพลง ไม่ตายหรอกเธอ ของโลโซ เนี่ยฟังแล้ว… เหมือนพาตัวเองกลับไปตอนม.4 เหมือนหนังเก่าๆ ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพและเสียงยังคงแจ่มชัด

    แต่ในตอนนี้ ภาพนั้นได้กลายเป็นสีขาวดำ ไปแล้ว…

    ……….

  4. อยากไป และอยากรู้อย่างเดียว่าเค้าจัดที่ไหน อิอิ

  5. แอบกรี๊ด!!! ปนอิจฉาเล็กๆ สำหรับคนที่ได้ไปดูไปชมคอนเสิร์ตดีๆ แบบนี้ (อยากดูมั๊กมาก) โดยส่วนตัวเราก็ชอบเพลงแนวๆ นี้อยู่เหมือนกัน หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่าคลั่งไคล้ก็ว่าได้ อิอิ

    โอกาสหน้าถ้าชาติต้องการเราคงได้เจอกันนะคะ … พี่บุรินทร์ … พี่น้อย … พี่โป้ … พี่ป๊อด

    ถามว่าทำไมต้องชอบเพลงแนวนี้ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ฟังแล้วรู้สึกว่ามันใช่เลย โดนใจฉันเลย แต่ออกตัวก่อนนะว่าเรายังไม่แก่ แค่เกือบเลยวัยรุ่นแค่นั้นเอง แต่ก็รู้สึกว่าเพลงเก่าๆ สมัยยุคอัลเทอร์เนทีฟรุ่งๆ มันฟังแล้วรื่นหูกว่าสมัยนี้เยอะเลย

  6. โฮะ โฮะ โฮะ… น่าเสียดาย มาม่าซัง ก็อยากไปดูคอนเสิร์ตนี้อยู่เหมือนกัน แต่เนื่องจากติดภาระกิจของครอบครัว ทำให้อดไปดูคอนเสิร์ตนี้ เสียดาย เสียดาย… คราวหน้าแก้ตัวใหม่ดีกว่า อิอิ…

  7. ทุกครั้งเพลงที่ฟังติดหูมาตั้งแต่สมัยเรียนก็เป็นเพลงของค่ายขนมปังนี่แหละค่ะ เพลงที่ให้กำลังใจ เพลงที่ทำให้คนไม่มีความรักรู้สึดถึงความรักได้ แต่…เสียดายนิดหน่อยที่ตอนนี้ค่ายขนมปังแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงเป็นธุรกิจมากขึ้น แต่อย่างน้อย…ขนมปังแห่งใหม่นี้ก็ยังคงทำผลิตผลที่คงความหอม อร่อย ถึงแม้จะไม่เหมือนเดิมออกมาให้ทุกคนอยู่ดี ^_____^

  8. อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา อิจฉา

    หงิง หงิง

  9. รูป avatar สวยเหมือนตัวจริงเลยนะค้าบ

  10. นึกว่าบทความของกินส้ะอีก
    แง่มๆๆ

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะ

- กรุณาใส่ให้ครบทั้งสองช่องนะค่ะ -
กรอกรหัสตามภาพเพื่อส่ง ความคิดเห็นนะค่ะ